Career Advice & Resources

from one of the top Recruitment Agency & Outsourcing Company in Thailand & Indonesia

การเขียน Resume / CV ภาษาอังกฤษ

Blog banner | การเขียน resume / cv ภาษาอังกฤษ

มาเจาะลึกถึงเทคนิคการเขียน resume ภาษาอังกฤษกันสักหน่อย การเขียนเรซูเม่ให้ดีเป็นสิ่งที่ยากมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเขียนไม่ได้  หลักสำคัญคือ ต้องเขียนสิ่งที่เป็ฯตัวเราจริงๆ เนื้อความสั้น กระชับ และได้ใจความ ส่วนรูปแบบของเรซูเม่ จริงๆแล้วไม่มีใครรู้ว่าแบบไหนคือดีที่สุด เอาเป็นว่าอ่านง่ายสบายตา เท่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นเรซูเม่ที่ดีค่ะ การเขียนเรซูเม่ทั่วไปมีหลักการเช่นเดียวกับการเขียนออไลน์เรซูเม่ แต่ออนไลน์เรซูเม่มีความพิเศษกว่า เพราะสามารถใส่ลิ้ง (Link) เพื่อที่จะโชว์ความสามารถพิเศษหรือ portfolio ของเราให้นายจ้างดูได้ และยังสามารถใส่วีดีโอเรซูเม่ (VDO Resume) เพื่อแนะนำหรือพรีเซนต์ประวัติย่อของเราได้ด้วย ซึ่งนายจ้างที่เห็นวีดีโอเรซูเม่ก็จะสามารถเห็นบุคลิกภาพของเราก่อนเรียกเข้าสัมภาษณ์งาน ความพิเศษของออนไลน์เรซูเม่ เป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้เรซูเม่ของเราน่าสนใจและเพิ่มโอกาสในการเรียกเข้าสัมภาษณ์งานให้กับเราอีกด้วย ในบทความนี้เราจะแบ่ง resume ออกเป็น 6 ส่วนหลักๆ คือ  

 

1. หัวเรื่องและจุดมุ่งหมายในงาน (Heading & Career Objective )

2. ข้อมูลส่วนตัว (Personal Information)

3. ทักษะความสามารถ (Skills) 

4. ข้อมูลทางด้านการศึกษา (Education)

5. ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience)

6. บุคคลที่สามารถอ้างอิงได้ (References)

 

 

1. หัวเรื่องและจุดมุ่งหมายในงาน (Heading & Career Objective )

 

ส่วนหัวกระดาษ (Heading) ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และอีเมล์ที่สามารถติดต่อเราโดยตรงได้ อย่าลืมเช็คเบอร์โทรและอีเมล์ก่อนส่งเรซูเม่สมัครงานอีกครั้งเพราะเป็นส่วนที่สำคัญและไม่ควรจะเขียนผิดพลาด เนื่องจากถ้านายจ้างสนใจเรียกเข้าสัมภาษณ์งานแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อเราได้ เรซูเม่เราก็จะไม่มีความหมายไม่ต่างกับกระดาษเปล่านะคะ

ส่วนจุดมุ่งหมายในงาน (Career Objecting) คือการระบุเป้าหมายของการสมัครงานในตำแหน่งงานที่เราต้องการสมัคร และควรระบุตำแหน่งงานที่เราต้องการสมัครให้ชัดเจน อาจมีการระบุจำนวนเงินเดือนที่ต้องการด้วยก็ได้

 

การระบุจุดมุ่งหมายในการทำงานที่ชัดเจน และสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร เช่น ตั้งเป้าหมายระยะสั้นว่าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จได้อย่างไร หรือการตั้งเป้าหมายระยะยาวในช่วงเวลา 3-5 ปีข้างหน้าในเส้นทางอาชีพว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เป็นต้น ซึ่งการตั้งเป้าหมายในสายอาชีพให้ชัดเจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และสร้างแรงจูงใจที่สำคัญแก่องค์กรในการเลือกรับผู้สมัครคนดังกล่าวเข้าทำงานเพื่อสร้างผลงานและขับเคลื่อนองค์กรได้ต่อไป

 

ตัวอย่าง หัวเรื่องและจุดมุ่งหมายในงาน (Heading & Career Objective )

 

MR. FISCHER PARTNERS

55 Wave Place Wireless Rd., Lumpini, Pathumwan, Bangkok, 10330

Tel. 02-2541448-9  E-mail: info@fischerandpartners.com

CAREER OBJECTIVE: Seeking a position in the accounting field where excellent analytical and technical skills can be utilized to improve the company’s profitability 
EXPECTED SALARY:   15,000- 25,000 Baht

 

 

2. ข้อมูลส่วนตัว (Personal Information)

 

ข้อมูลส่วนตัว (Personal  Information) ถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในเรซูเม่  ประกอบไปด้วยรูปภาพ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ประวัติการศึกษา สำหรับรูปถ่ายควรเป็นรูปที่เห็นใบหน้าตรงชัดเจน และแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เนื่องจากรูปถ่ายจะเป็นสิ่งแรกที่ HR เห็นจากเรซูเม่ของผู้สมัคร นอกจากนี้ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลติดต่อกลับทั้งเบอร์โทรศัพท์ และอีเมลที่ต้องดูเป็นทางการ เช่น ชื่อ.นามสกุล@xxx.com 

 

ส่วนข้อมูลที่เกี่ยวกับสัญชาติ ศาสนา น้ำหนัก ส่วนสูง และงานอดิเรกที่เราสนใจนอกเวลางาน บางคนอาจจะเลือกที่จะไม่ใส่ขอมูลเกี่ยวกับ สัญชาติ ศาสนา น้ำหนัก และส่วนสูง ถ้าต้องการให้เรซูเม่ของเราดูเป็นมืออาชีพ และถ้าข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้องาน ดังนั้นในส่วนนี้ จะใส่เพียว ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ และงานอดิเรกที่สนใจนอกเวลางาน เท่านั้นก็ได้ แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับเนื้องานก็จำเป็น เช่น ถ้าเราสมัครเป็นแอร์โฮสเตส ที่นายจ้างจะต้องรู้ความสูงและน้ำหนัก แบบนี้เราก็ควรระบุลงไปให้ชัดเจน เป็นต้น

 

ตัวอย่าง ข้อมูลส่วนตัว (Personal Information)

 

PERSONAL INFORMATION 

Residential Address : 55 Wave Place Wireless Rd., Lumpini, Pathumwan, Bangkok, 10330

Mobile : 084-752-5656

Email : info@fischerandpartners.com

Date of Birth : 15 May 1977

Nationality : Thai

Age : 41

Marital Status : Single

Interest and Activities : Volunteer at local Rescue Mission, Participant in various running events, Enjoy jogging, tennis, reading

 

 

3. ทักษะความสามารถ (Skills)

 

ทักษะความสามารถ เป็นหัวข้อที่เราควรใส่ลงในเรซูเม่ (Resume) ของเรา  เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสัมภาษณ์งาน เพราะช่วยให้เรซูเม่ของผู้สมัครดูน่าสนใจและได้เปรียบคู่แข่ง  เนื่องจากปัจจุบันนายจ้างจะเลือกดูประสบการณ์ทำงานและทักษะความสามารถของผู้สมัครเป็นหลัก ดังนั้น ใครมีความสามารถอะไร ควรใส่ให้ครบนะคะ โดยเฉพาะทักษะที่จำเป็นในตำแหน่งงานที่สมัครจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานมากขึ้น อาทิ ทักษะด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 เช่น ญี่ปุ่น จีน เยอรมัน ฯลฯ รวมไปถึงทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่จำเป็นและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้

 

ทักษะความสามารถแบ่งออกเป็น Hard Skill และ Soft Skill

 

Hard Skill หรือ Qualification คือ ทักษะที่จำเป็นในการทำงานในแต่ละสายอาชีพ เช่น ถ้าเราเป็นนักบัญชี เราต้องรู้เกี่ยวกับการบันทึกบัญชี การสอบบัญชี และการยื่นภาษีต่างๆ  ถ้าเราเป็นวิศวกร คุณต้องรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการคำนวณ ว่ากันง่ายๆคือ ทักษะส่วนใหญ่ที่เราเรียนมาในมหาวิทยาลัย (อาจจะดูได้จากวิชาหลักที่เราเรียนในมหาวิทยาลัย) คือ Hard Skill

 

Soft Skill คือ มีขอบเขตที่กว้างกว่า โดยเป็นทักษะที่สามารถใช้ได้กับทุกสายอาชีพ เป็นลักษณะส่วนบุคคลที่สัมพันธ์กับความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence Quotient) เช่นทักษะการสื่อสารการแก้ปัญหาความขัดแย้ง การจูงใจ การจัดการอารมณ์ของตัวเอง การเจรจาต่อรอง การคิดเชิงกลยุทธ์ การสร้างทีมงาน ซึ่งแตกต่างจาก Hard Skills ที่สัมพันธ์กับความฉลาดทางสติปัญญา (Intelligence Quotient)

 

ตัวอย่าง การเขียนทักษะความสามารถ (Skills)

 

QUALIFICATION

 

  • General accounting transaction and entering data to accounting system
  • Issue withholding tax certificate
  • prepare and record AR,AP payment 
  •  handle all VAT and TAX calculation 
  • issue Invoice, Debit note, Credit note
  • Good command of Written and Spoken English

 

Skill

 

  • Having analytical skills, leadership, highly responsible and results oriented. 
  • Ability to work under pressure conditions
  • Typing skills: Thai, 45 words per minute | English, 50 words per minute

 

 

4. ข้อมูลทางด้านการศึกษา (Education)

 

เขียนวุฒิการศึกษาที่เราได้รับมา และการฝึกอบรมต่างๆ หรือกิจกรรมนอกหลักสูตรที่เคยเข้าร่วม ถ้าให้ดีต้องเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัครด้วย สำหรับคนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน สามารถใช้ประสบการณ์ระหว่างการศึกษาได้ เช่น ถ้าเคยเป็นเหรัญญิกของสมาคมหรือค่าอาสา ก็เขียนว่า ได้รับเลือกให้เป็นเหรัญญิกของโครงการค่ายอาสาพัฒนาชนบท มีหน้าที่จัดทำเอกสาร รวบรวมเอกสาร รวมถึงบัญชีรายรับรายจ่ายทั้งหมดของโครางการ เป็นต้น ส่วนคนที่เคยมีประสบการทำงานมาแล้วก็สามารถใส่ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เคยทำมาได้เลย (อย่าลืมใส่ลิ้ง หรือเว็บไซต์ของที่ทำงานเก่า ลงไปในออนไลน์เรซูเม่ด้วย เพื่อให้นายจ้างตรวจเช็คได้สะดวก) การเขียนข้อมูลทางการศึกษา (Education) ให้เรียงจากวุฒิการศึกษสูงสุดไปวุฒติที่ต่ำที่สุด แต่ไม่ควรต่ำเกิดวุฒิมัธยมปลายหรือ ปวช. และถ้าเขียนอยู่ในบรรทัดเดียวกัน ให้เขียนเรียงลำดับจาก ช่วงเวลาที่เรียน วุฒิที่ได้รับ และชื่อสถาบัน

 

ตัวอย่าง ข้อมูลทางด้านการศึกษา (Education)

 

EDUCATION HISTORY

May 2010 – Aug 2012                 Masters in  Accounting,University of ABC,  Bangkok THAILAND

May 2006 – Feb 2010                 Bachelor of Science – Accounting, University of ABC, Bangkok THAILAND

May 2000 – Feb 2006                High School Certificate equivalent, AAA High School, Bangkok THAILAND

 

ข้อสังเกต

 

  • เขียนชื่อวุฒิขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ
  • ชื่อสถาบัน ให้ใส่จังหวัดที่สถาบันตั้งอยู่ ยกเว้นสถาบันที่ใช้ชื่อจังหวัดเป็นชื่อสถาบัน (เช่น Chiang Mai University, Khon Kaen University)
  • เราสามารถเพิ่มหัวข้อการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับงานเข้าไปที่หัวข้อนี้ หรือเพิ่มหัวข้อการฝึกอบรมขึ้นมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราได้งานมากขึ้นด้วย วิธีเขียนก็เช่นเดียวกับการศึกษาหรือประสบการณ์ทำงาน คือ ให้เขียนเรียงลำดับ วันเดือนปีที่อบรม ระยะเวลา ชื่อหลักสูตรในการอบรม และสถาบันที่จัดการอบรม

 

 

5. ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience)

 

ในส่วนนี้จะคล้ายกับข้อมูลการศึกษา โดยเริ่มจาก ชื่อสถานประกอบการ ตำแหน่งงาน จังหวัด ประเทศ (ถ้าทำงานต่างประเทศมาก่อน) วันเดือนปีที่เริ่มทำงาน  และระยะเวลาที่ทำงานนั้น และควรใส่ขอบเขตหน้าที่ ที่เราได้รับผิดชอบขณะทำงานอยู่ด้วย หรืออาจจะจัดรูปแบบให้แตกต่างแต่อานแล้วสบายตา เข้าใจง่ายก็ได้ (ดูตัวอย่างข้างล่าง) นอกจากนั้น ถ้าเคยผ่านงานมาหลายที่ ให้เขียนงานที่ทำปัจจุบันก่อน แล้วเรียงไปจนถึงตำแหน่งงานแรก  และการอบรมที่เคยเข้าร่วม ส่วนนิสิต นักศึกษาจบใหม่ การระบุประสบการณ์พิเศษเป็นการช่วยให้เรซูเม่ดูน่าสนใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร การออกค่าย การฝึกงาน ตลอดจนการทำงานล่วงเวลา (Part-Time) ทั้งนี้ประสบการณ์พิเศษจะเป็นปัจจัยสนับสนุนว่าผู้สมัครเป็นบุคคลที่มีความสามารถรอบด้าน และมีความรับผิดชอบ

 

ตัวอย่าง ประสบการณ์ทำงาน (Working Experience)

 

WORK EXPEREINCE

FP RECRUITMENT, Bangkok THAILAND  (Feb 2013 – April 2014)

Accounting Assistant

 

  • Performed accounts payable functions for construction expenses.
  • Managed vendor accounts, generating weekly on demand cheques.
  • Managed financial departments with responsibility for Budgets, Forecasting, Payroll, Accounts Payable and Receivable.
  • Created budgets and forecasts for the management group.
  • Ensured compliance with accounting deadlines.
  • Prepared company accounts and tax returns for audit.
  • Coordinated monthly payroll functions for 200+ employees.
  • Liased with bankers, insurers and solicitors regarding financial transactions.

 

K FiSCHER & CO, Bangkok, THAILAND  (March 2010 – Dec 2012)

Administrative Assistant

 

  • Performed general office duties and administrative tasks.
  • Prepared weekly confidential sales reports for presentation to management.
  • Managed the internal and external mail functions.
  • Provided telephone support.
  • Scheduled client appointments and maintained up-to-date confidential client files.

 

 

6. บุคคลที่สามารถอ้างอิงได้ (References)

 

เรซูเม่ (Resume) ภาษาอังกฤษ ที่เราเขียนจะดูมีความน่าเชื่อถือสูง ถ้าเรามีชื่อและข้อมูลการติดต่อของบุคคลที่นายจ้างสามารถสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเราได้ ประมาณ 2-3 คน (ไม่ควรทำงานที่เดียวกัน และต้องไม่ใช่ญาติพี่น้องของเรา) ดังนั้นบุคคลที่สามารถอ้างอิงได้ (reference) ของเราควรเป็นหัวหน้างานเก่าหรือ หากคุณยังไม่มีประสบการณืทำงานเลย ก็ควรจะเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ในวงการธุรกิจ เช่น ต้องเป็นบุคคลที่มีงานมั่นคง หรือมีชื่อเสียง อาจเป็นข้าราชการ หัวหน้าหน่วยงาน อาจารย์ หรือเจ้าของกิจการ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องรู้จักและเคยเห็นการทำงานของเราเป็นอย่างดี การเขียนให้เรียงจากชื่อ-นามสกุล (ถ้าเป็นอาจารย์ที่มีตำแหน่งต้องใส่คำนำหน้าด้วย เช่น ศาสตราจารย์ = Prof. , รองศาสตราจารย์ = Assoc.Prof) ตำแหน่ง ชื่อสถานประกอบการ และหมายเลขโทรศัพท์

 

ตัวอย่าง บุคคลที่สามารถอ้างอิงได้ (References)

 

REFERENCES

Mr. Chanin Kulkanjanatorn, Director, AEC Enlist Co.Ltd., Bangkok THAILAND Tel. 02-392-4186

อย่างไรก็ตาม resume ที่เราส่งไปนั้นยังไม่ต้องอ้าง reference ก็ได้แต่ให้เขียนว่า “References will be sent on request.” (หมายความว่า เอกสารอ้างอิงจะส่งให้กรณีที่ทางบริษัทร้องขอมา)

 

ตัวอย่างเรซูเม่ (Resume) ภาษาอังกฤษ


MR. FISCHER PARTNERS


PERSONAL INFORMATION


Residential Address: 55 Wave Place, Wireless Road, Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330


Mobile : 084-752-5656


Email : fischer.partners@email.com


Date of Birth : 15 May 1977


Nationality : Thai


Age : 41


Marital Status : Single


Interest and Activities : Volunteer at local Rescue Mission, Participant in various 10k running events, Enjoy jogging, tennis, reading


CAREET OBJECTIVS


A sales position in which I can make a significant contribution to an employer through an increase in sales volume and profit


QUALIFICATION


  • Ability to work in a fast-paced environment to set deadlines
  • Good negotiation and interpersonal skills
  • Strong organizational and analytical skills
  • Excellent oral and written correspondence with an exceptional attention to detail
  • Highly organised with a creative flair for project work
  • Enthusiastic self-starter who contributes well to the team

EDUCATION HISTORY


May 2010 – Aug 2012           University of AAA,  San Francisco USA

                                                 Masters in International Marketing


May 2006 – Feb 2010           University of ABC, Bangkok THAILAND

                                                  Bachelor of Science – Economics


May 2000 – Feb 2006           AAA High School, Bangkok THAILAND

                                                  High School Certificate equivalent


WORK EXPEREINCE


MOMO MARKETING, Bangkok THAILAND  (Feb 2013 – April 2014)

Sales Manager


  •  
  • Develop Go-to-market plan for GT & MT channels (sales model, distribution model, merchandising strategy, pricing strategy, prioritized portfolio by channel, measurable KPIs …) base on brand positioning, target audience, adjacency category and shopper behavior.
  • Start-up distributor selection from beginning to the end (screening, evaluates, call bidding, negotiate commercial terms, setting and align KPIs …)
  • Develop and amplify supporting tools for trade: promotion, POSM, sell presenter, handling objection tool, incentive scheme & respective execution guideline Developed marketing and promotional material to maximize brand promotion.
  •  

ABC FOOD COMPANY, Bangkok THAILAND  (March 2010 – Dec 2012)

Sales Representative


  • Responsible for key account headquarter calls
  • Sold new price promotions
  • display programs
  • new package placements
  • shelf resets using the Spaceman Shelf Management System

SKILL


  • Good command of Written and Spoken English
  • Proficient in Microsoft Word, Photoshop, Internet, Email
  • Typing skills: Thai, 45 words per minute | English, 50 words per minute

ถ้าเรารูหลักการเขียนเรซูเม่แล้ว เห็นภาพรวมแล้วว่ามี 6 หัวข้อใหญ่ๆ แบบนี้การเขียนเรซูเม่ก็ง่ายขึ้น จริงๆแล้วการเขียนเรซูเม่ (Resume) ภาษาอังกฤษ ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว แต่ควรประกอบด้วยส่วนสำคัญตามที่กล่าวมา และอาจเขียนออกมาในรูปแบบของตาราง หรือเพิ่มข้อมูลที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราก็ได้ นอกจากนั้นรูปแบบของเรซูเม่ยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เราสมัคร ซึ่งปัจจุบันเรซูเม่มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น หรือเรียกว่า creative resume แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ารูปแบบของเรซูเม่จะเป็นแบบใดก็ต้องคำนึงหลักสำคัญคือ จุดเด่น ความถูกต้อง และความเรียบง่าย ข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่องานที่สมัครก็ไม่ควรใส่ลงไป 


ข้อผิดพลาด 10 ประการที่ควรหลีกเลี่ยงในการเขียน resume ภาษาอังกฤษ


เขียนข้อมูลให้สั้น กระชับ และเข้าใจง่าย เรซูเม่ที่ดีควรมีความกระชับ ทั้งในแง่ของการใช้ภาษาและการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนตามหัวข้อที่กำหนด ทั้งข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน เป็นต้น โดยความยาวที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 2 หน้ากระดาษเอสี่ (A4) ฉะนั้นผู้สมัครจึงต้องคัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นกับตำแหน่งงานที่สมัคร เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเนื้อหาของเรซูเม่ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ผู้สมัครต้องตรวจทานเรซูเม่ก่อนส่งสมัครงานทั้งการสะกดคำผิด การใช้ภาษา การจัดเรียงลำดับข้อมูลจากปัจจุบันไปหาอดีต

การตั้งชื่อและการสร้างไฟล์ : เป็นสิ่งที่ผู้สมัครงานมักจะมองข้าม การตั้งชื่อไฟล์เรซูเม่อย่างมืออาชีพควรใช้ชื่อ-นามสกุลจริงของผู้สมัคร และควรระบุด้วยว่าเป็น Resume ยกตัวอย่างเช่น Resume_Name เพื่อให้ HR ทราบว่าไฟล์ที่ส่งมานั้นคือไฟล์อะไร เนื่องจากการสมัครงานแต่ละครั้งต้องมีการแนบไฟล์อื่น ๆ ด้วย อาทิ ไฟล์รูป ทรานสคริปต์ ฯลฯ นอกจากนี้การเลือกสร้างไฟล์ไม่ว่าจะเป็น MS Word , PDF ควรดูรายละเอียดของประกาศงานว่า HR ต้องการไฟล์ประเภทไหน แต่หากไม่ได้ระบุไว้ การเลือกใช้ไฟล์ PDF จะเหมาะสมกว่า เพราะบางครั้งการใช้ MS Word มีโอกาสที่ HR เปิดดูไฟล์แนบแล้วเนื้อหาที่ถูกจัดวางมาเป็นอย่างดีอาจเคลื่อนได้


อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครต้องคำนึงอยู่เสมอว่าเมื่อองค์กรมีการเปิดรับสมัครงานในตำแหน่งต่าง ๆ จะมีผู้ให้ความสนใจส่งใบสมัครเช่นเดียวกันเป็นจำนวนมากในขณะที่ฝ่ายบุคคลมีเวลาอันจำกัดในการคัดเลือกและอ่านเรซูเม่แต่ละฉบับอย่างละเอียด ฉะนั้น การให้ความสำคัญและเรียบเรียงข้อมูลต่าง ๆ ในเรซูเม่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด จะช่วยให้เรซูเม่ของผู้สมัครมีความน่าสนใจมากขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังหางาน หรือกำลังจะเขียน resume / cv  คุณสามารถเข้าไปดูแบบเรซูเม่ design ต่างๆด้านล่างไว้เป็น idea ได้นะค่ะ


ตัวอย่าง เรซูเม่หลายๆแบบ (Resume Design)